สวดมนต์เสริมพลังจิต

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พลานามัยดีมีความสุข

รับประทานผลไม้ตามฤดูกาล  ทำให้ได้คุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกาย มากกว่าการสรรหาผลไม้ที่หายากและราคาแพงเพราะผิดฤดูกาล หรือผลไม้ต่างประเทศไกล ๆ  ถ้าจะให้คุ้มค่ากับการลงทุน ก็ควรที่จะต้องศึกษา ให้ทราบถึงประโยชน์ของสิ่งที่จะบริโภคก่อน ว่ามีประโยชน์อย่างไร ควรรู้วิธีการเก็บถนอมผลไม้ด้วย จึงจะทำให้ได้วิตามินและสารอาหารอย่างเพียงพอ ผลไม้บางอย่างไม้ควรจัดตกแต่งใส่ถาดรวมกัน เพราะเปลือกของผลไม้บางชนิด มีสารเคมีมากทำให้ผลไม้อื่นเน่าอย่างรวดเร็วได้  ตัวอย่างเช่น กล้วยและแอปเปิ้ลไม่ควรเก็บรวมกับผลไม้อื่น ๆ

ผลไม้ที่หาง่ายตามฤดูกาลหรือผลไม้ที่มีตลอดปีเช่น
 องุ่น มีต้นกำเนิดในเอเซียกลาง ปัจจุบันมีปลูกทั่วโลกมากกว่าแอปเปิ้ล, ส้มและกล้วย โดยเฉพาะในยุโรปกลาง และยุโรปตอนใต้ มีสวนไวน์ในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส, อิตาลี, ออสเตรีย, สเปญและเยอรมัน นอกจากนั้นยังมีคู่แข่งอีกมากมาย เช่น ยุโรปตะวันออก, รัฐแคลิฟลอเนียและอัฟริกา  "องุ่น" มีวิตามิน A,C,E และวิตามินกรุ๊ป B (ไม่รวมB12) มีธาตุเหล็ก,Kalzium,Kalium  องุ่นลดความดัน, ป้องกันโรคหัวใจวาย, ป้องกันเส้นเลือดขอด, ลดไขมันในเส้นเลือด, ต่อต้านความเครียด,ป้องกันโรคมะเร็งได้  ละลายไขมันและขับสารพิษต่าง ๆ  ออกจากอวัยวะต่าง ๆ

เปลือกองุ่นช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดี ช่วยขับล้างกรดที่ตกค้างในท่อปัสสาวะ นอกจากนั้นยังทำลายหินปูนที่เคลือบอยู่ตามฟัน และกำจัดเชื้อแบคทีเรียในปากได้ด้วย

Kiwi (กีวี) มีต้นกำเนิดในประเทศจีน ชาวจีนปัจจุบันเรียกกีวีว่า "ลูกหนาม" ภายหลังต่อมาได้มีการปลูกกีวีในประเทศนิวซีแลนด์ กีวีของแต่ละประเทศ   จะมีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย ของนิวซีแลนด์จะมีผิวหยาบ ก้านใหญ่ ชาว"Maoris" ชนเผ่าดั้งเดิมของนิวซีแลนด์  ได้ตั้งชื่อผลไม้ชนิดนี้ว่า "Kiwi" เรียกตามชื่อของนกชนิดหนึ่งไม่มีปีก (นกป่า) ในกาลต่อมาก็ได้มีประเทศ
คู่แข่ง ซึ่งมีกีวีมากถึงขนาดส่งออกขายเป็นอันดับ ๒ รองจากนิวซีแลนด์ ชาวเยอรมันและชาวออสเตรียบริโภคกีวีมากที่สุด กีวีเป็นผลไม้ที่มีขายตลอดปี  เป็นผลไม้ที่มีวิตามิน C (มากเกือบเท่ามะนาวและส้ม),Magnesium,Kalzuim;Kalium ช่วยในการบรรเทาความเครียด  และปรับการทำงานของกล้ามเนื้อให้ดีขึ้น  วิตามิน C  ในกีวีช่วยป้องกันโรคไข้หวัดได้ 
ข้อควรระวัง... สำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้  ไม่ควรรับประทานกีวี เพราะในกีวีมีธาตุและสารอาหารที่ไม่เอื้ออำนวยต่อผู้เป็นโรคภูมิแพ้

มะม่วง มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย, จีนใต้และฟิลิปปินส์ ภายหลังต่อมามีปลูกได้แทบทั่วโลก
ต้นมะม่วงมีขนาดสูงสุดถึง ๒๐ เมตร  สูงอันดับหนึ่งคือประเทศอินเดีย มะม่วงปลูกได้หลายประเทศ เช่น อัฟริกา, รัฐฟลอริดา,อิสราเอล,อเมริกาใต้,อิสราเอลและไทย ในอินเดียนับถือมะม่วงว่าเป็น"ผลไม้ระดับโลกและราชาแห่งผลไม้ทั้งหลาย"  มะม่วงเป็นผลไม้ที่มีวิตามินกรุ๊ป B ซึ่งมีอิทธิพลต่อระบบประสาทในทางบวก มีแร่ธาตุและสารอาหารเป็นจำนวนมาก  ทำให้ผิวสวย หุ่นดีและอารมณ์ร่าเริง เพราะว่ามีวิตามินหลายชนิดในมะม่วง เช่น วิตามิน A,B,C,E (,Flavonoide)  Karotinoide ในเยื้อเนื้ออ่อนช่วยรักษากระเพาะและลำไส้อักเสบหรือเป็นแผล  ช่วยรักษาโรคแพ้แสง วิตามิน C และ E ช่วยป้องกันและเสริมสร้างเซลให้สมบูรณ์ด้วย
ข้อควรระวัง..ไม่ควรนำมะม่วงดิบเก็บในตู้เย็น เพราะความเย็นไม่สามารถทำให้มะม่วงสุกได้ และน้ำหวานของมะม่วง ถ้าหยดถูกเสื้อผ้าจะซักไม่ออก
                                                                                                                                                 (ยังมีต่ออีก)