สวดมนต์เสริมพลังจิต

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กินผักไม่เสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

ควรรับประทานผักทุกวัน

ผู้ที่รับประทานผักเป็นอาหารหลักส่ว และรับประทานเนื้อสัตว์เพียงเล็กน้อย  ย่อมมีชีวิตอยู่ด้วยความปลอดภัย  จากโรคร้ายแรงเบียดเบียน มากกว่าผู้บริโภคเนื้อสัตว์เป็นประจำ  ปัจจุบันนี้ชาวยุโรปได้หันมารับประทานผักและผลไม้มากกว่าเนื้อสัตว์มากขึ้น  นับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒  ปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ได้ลดลงมาก คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาสนใจอาหารมังสะวิรัตเพราะปลอดภัยจากสารพิษในเนื้อและไขมันสัตว์

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการทั่วโลก ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับผู้รับประทานผักทุกวันเป็นประจำ กับผู้ที่ไม่ค่อยรับประทานผัก ผลการวิจัยก็คือ  ผู้ที่รับประทานผักทุกวัน จะไม่ค่อยป่วย และก็จะไม่เสียชีวิตด้วยโรคต่อไปนี้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง  โรคเส้นเลือดตีบ โรคกิ๊คท์  โรคไขข้ออักเสบ  โรคตับ โรคไตและดรคนิ่วใถุงน้ำดี โรคหัวใจวาย  โรคหัวใจล้มเหลว  

ส่วนสถิติของผู้รับประทานเนื้อสัตว์นั้น ผลปรากฎว่า  ผู้รับประทานเนื้อสัตว์เป็นประจำ จะมีปัญาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคกระดูกตามข้อ  โรคหัวใจและโรคมะเร็งลำไส้  เพราะว่าเนื้อสัตว์ที่ถูกย่อยเรียบร้อยแล้ว  จะไปตกค้างอยู่ที่ลำไส้ใหญ่เป็นเวลานาน  ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียและแก๊ซในลำไส้ ทำให้เกิดสารชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งในลำไส้ได้  ในเนื้อย่างก็มีสารที่ทำให้เป็นโรคเนื้องอกและโรคมะเร็งในเม็ดเลือดได้ ชื่อ "โซไพริน"   น้ำมันสัตว์ก็เป็นสารเคมีที่เป็นพิษร้ายแรงได้ เมื่อถูกความร้อนก็จะแปรสภาพเป็นสารพิษ เป็นเหตุให้เกิดมะเร็งได้เช่นกัน  ผู้รับประทานเนื้อสัตว์มาก จะมีไขมันในเส้นเลือดสูง  ไขมันสัคว์ไม่สามารถละลายในร่างกายมนุษย์ได้ จึงถูกเก็บสะสมไว้ตามผนังของเส้นเลือด ทำให้อุดตันเส้นเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก หัวใจต้องทำงานหนักกว่าปรกติ  ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ และเป็นโรคหัวใจได้ด้วย

ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นไม่รู้จัก "โรคกระดูกผุ" ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ดื่มน้ำนมวัว  แม้แต่เด็กอ่อนในประเทศจีนจะดื่มนมถั่วเหลืองหรือน้ำนมจากมารดาเท่านั้น  นักวิจัยทางด้านโภชนาการได้วิจับพบว่า  ชาวจีนและชาวญี่ปุนมีกระดูกแข็งแรง เพราะบริโภคผักเป็นอาหารหลักทุกมื้อ  

การรับประทานผักและผลไม้ ที่มีสารต้านทานอนุมูลอิสระ จะช่วยลดการเสี่ยงต่อโรคไขมันอุดตันหลอดเลือด  และยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้  นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง สามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ เพราะมีเอสโตรเจนจำนวนมาก

หนังสืออ้างอิง.....Praktisches Kursbuch gesunde ERNàHRUNG
                            Claudia Tebel-Nagy

                                                       .............................................

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม

ส้ม (Orange) มีปลูกทั่วไปแทบทั่วโลก เป็นผลไม้ที่มีวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายมาก โดยเฉพาะสำหรับฤดูหนาว ส้มจัดมีประโยชน์ อยู่ในพวกเดียวกับกล้วยและแอปเปิ้ล
เพราะมีแร่ธาตุสารอาหารและวิตามินมาก นอกจากนั้นยังเป็นผลไม้
ที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่นเดียวกับกล้วยและแอปเปิ้ล  ส้มมีหลาย
ชนิด นอกจากใช้รับประทานแล้วยังใช้ทำน้ำส้มคั้นได้ ใช้ประกอบ
อาหารคาวหวานก็ได้ด้วย

รักษาโรคหลายชนิดด้วยส้ม
ส้มมีสารทำลายเชื้อโรค (Enzyme) มาก ส้มสามารถป้องกันการอักเสบ
และช่วยให้เลือดหยุดเร็วเวลามีบาดแผล  สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้
เพราะมีวิตามิน C มาก ช่วยผป้องกันไข้หวัดและป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย,
เชื้อไวรัส, ป้องกันโรคมะเร็งต่าง ๆ  นอกจากนั้นยังช่วยให้มีสมาธิดีอีกด้วย ถ้ารับประทานส้มเป็นประจำ จะทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น วิตามินซีช่วยในการเก็บแร่ธาตุได้ดีขึ้น เช่น ธาตุเหล็กและแคลเซี่ยม ธาตุสองชนิดนี้ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางและโรคกระดูกผุ  Flavolnoide ในส้มช่วยหยุดการเจริญเติบโตของมะเร็งในระบบย่อยอาหารและมะเร็งในเต้านม วิตามินซีทำให้เซลผิวหนังแข็งแรงทนทาน

น้ำมันดอกส้มใช้ผสมน้ำในอ่างอาบน้ำสำหรับอาบ  ช่วยทำให้จิตใจสงบและคลายความเครียดได้   ดื่มชาดอกส้มก่อนนอน ช่วยในการหลับได้เป็นอย่างดี

มะละกอ (Papaya) ต้นกำเนิดในประเทศอเมริกากลาง ปัจจุบันมีปลูกกันมากในอเมริกาใต้และแถบเอเซีย,ฮาวาย, อินเดีย,ไทยและอัฟริกา มะละกอมีประโยชน์ต่อ
สุขภาพมาก  เพราะมีวิตามินหลายชนิด เช่นวิตามิน A,C,E, Flavonoide,
Magnesium, Kalium,Enzyme มะละกอช่วยทำให้เยื้อผิวหนังทั้งข้างในและข้างนอกแข็งแรงทนทาน นอกจากนั้นยังเป็นยาระบายแก้โรคท้องผูก  มะละกอและสัปปะรดได้ฉายาว่าเป็นยาวิเศษ เพราะใช้ลดน้ำหนักได้  มะละกอมี Emzyme ทำหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญโปรตีน ทำลายสิ่งเน่าเปื่อยที่ตกค้างอยู่ตามผนังลำไส้  ซึ่งถ้าปล่อยไว้เป็นเวลานาน จะทำให้เป็นพิษต่ออวัยวะส่วนนั้นได้ โดยเฉพาะทำให้แก่เร็ว และทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายได้

แตงโมแตงไทย (Melome)
แตงโมแตงไทยมีหลายชนิด แตงโมมีเนื้อสีแดงสีเหลือง รสหวาน หรือที่เรียกกันว่า "แตงโมน้ำตาล" "แตงโมน้ำผึ้ง" แตงไทยก็มีหลายชนิด เช่น แตงไทยตาข่าย  แตงไทยน้ำผึ้ง และอื่น ๆ อีกมากมาย มีลักษณะแตกต่างกัน มีลูกกลมและลูกรี  แตงโมและแตงไทยส่วนมากมีรสหวานมาก  ปัจจุบันมีปลูกในประเทศสเปญ, อิตาลี, อัฟริกาใต้,
อเมริกาใต้, นิวซีแลนด์,อิสราเอล และในแถบเอเซียหลายประเทศ

ดับกระหายและขับน้ำออกจากร่างกาย 
แตงโมแตงไทยมีแร่ธาตุมาก จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่ง "น้ำแร่"  ไม่เฉพราะแต่ดับกระหายเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้น ยังช่วยขับน้ำและสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย เพราะแตงโมแตงไทยมี Kalium มากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งทำหน้าที่ขับสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย  ช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารดีขึ้น หัวใจและเส้นเลือด, สมองและระบบประสาทดีขึ้น  โดยเฉพาะ "แตงโมน้ำผึ้ง" ป้องการโรคเส้นเลือดขอดได้
วิตามินA  ในแตงโมแตงไทยช่วยทำให้เยื้อผิวหนังทนทาน แน่นเต่งตึง ช่วยชลอการแก่และยังช่วยทำให้สายตาดี  นอกจากนั้นแตงไทยน้ำผึ้งยังมีวิตามิน B3 มากด้วย

ข้อควรระวัง...แตงโมแตงไทยที่เสียหรือขึ้นรา ไม่ควรรับประทาน ต้องรีบทิ้งทันที เพราะเชื้อราในแตงโมแตงไทยทำให้เป็นโรคมะเร็งได้ เชื้อราแพร่ขยายตัวได้รวดเร็วมาก